สถาปัตยกรรมวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ
สถาปัตยกรรมภายในวัดบรมราชาฯเป็นสถาปัตยกรรมในยุคหมิง-ชิง จำลองมาจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง มีลักษณะความสวยงามเป็นสง่าและประณีตอย่างยิ่ง ภายในพระอารามแบ่งเป็นสัดส่วนตามแบบวัดหลวง โดยมีวิหารจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก พระอุโบสถอยู่ตรงกลาง ด้านหลังพระอุโบสถมีวิหารหมื่นพุทธ วิหารอวโลกิเตศวร วิหารบูรพาจารย์และวิหารด้านซ้ายขวาประกอบกัน ลักษณะตัวอาคารมีทั้งหมด ๔ ชั้น คือ ชั้นที่ ๑ เป็นหอฉันและกุฏิ ชั้นที่ ๒ เป็นหอกลอง หอระฆัง หอธรรมและวิหารบูรพาจารย์ ชั้นที่ ๓ เป็นพระอุโบสถ วิหารอวโลกิเตศวร (พระกวนอิม) และโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ชั้นที่ ๔ เป็น วิหารหมื่นพุทธ
พระอุโบสถ
วิหารท้าวจตุโลกบาล
รอบๆวิหารแต่ละหลังประดับด้วยลวดลายภาพเขียนสีพุทธศิลป์แบบจีนที่มีความวิจิตรงดงามลักษณะภายในภาพมีสีที่เด่นชัดคือสีน้ำเงิน แดงและทอง ตามผนังและเพดานทั้งหมดภายในพระอารามมีคาถาเป็นตัวอักษรสีทอง คือคาถา (โอม มา นี ปะ หมี่ ฮง) ซึ่งเป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายต่างๆได้
สัตว์มงคลเล็กๆเรียกว่า(กิ๊กเสี่ยงสิ่ว)บนหลังคาของวัดบรมราชาฯ
ลักษณะหลังคาของวัดบรมราชาฯ มุงด้วยกระเบื้องเผาแบบจีน สีเหลืองเข้ม ปลายหลังคามีลักษณะโค้งได้สัดส่วนอ่อนช้อยงดงามที่ตรงมุมหลังคาทั้ง ๔ มุม มีสัตว์มงคลเล็กๆเรียกว่า(กิ๊กเสี่ยงสิ่ว))ได้แก่ เทวดาขี่หงส์ มังกร สิงโต ม้าน้ำ ม้าเทวดา แพะเทวดาเขาเดียว กระทิงเทวดา ปลาเทวดาและนกเค้าแมว ซึ่งวังหรือวัดบางแห่งมี ๑๐ ตัวบ้าง ๙ ตัวบ้าง ๘ ตัวบ้าง แต่จำนวนที่มากที่สุดคือทั้งหมด ๑๐ ตัว
ณ บริเวณชั้น ๒ ของวัด เป็นหอธรรม ลักษณะหอธรรมเป็นห้องโถงกว้างขวางภายในมีเวทีแสดงธรรมและที่ประชุมในวาระต่างๆของทางวัด หอธรรมแห่งนี้เป็นสถานที่อบรมและเผยแผ่หลักธรรมของพระศาสนาให้แก่พระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนอันเป็นการหยั่งรากของพระพุทธศาสนามหายานในประเทศไทยให้แผ่ไพศาลมั่นคงถาวรอย่างยั่งยืนสืบไป
ด้านหน้าของพระอารามประกอบด้วย วิหารจตุโลกบาล หอกลองและหอระฆัง หอกลองอยู่ทางด้านขวาของพระอุโบสถ หอระฆังอยู่ทางด้านซ้ายของพระอุโบสถ
ลักษณะของกลองเป็นกลองใบใหญ่สีแดงด้านข้างประดับด้วยลวดลายมังกรมองดูแล้วน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง และระฆังมีลักษณะใบใหญ่ความสูง ๑.๙๕ เมตร รอบๆระฆังมีอักขรคาถาที่สำคัญอาทิ พระมหากรุณาธารณีสูตร ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรและคาถา โอม มา นี ปะ หมี่ ฮง ซึ่งกลองและระฆังนี้นำมาจากเมือง ซัวเถา ตำบล หัวเพ้ง ประเทศจีน
ด้านหน้าประตูทางเข้าของวัดมีอักษรขนาดใหญ่ด้านซ้ายขวา ด้านละ ๔ ตัวอักษร แกะสลักเสลาบนแผ่นหินแกรนิตขนาดใหญ่ ด้านซ้ายมือเขียนคำว่า慈雲法雨 ด้านขวาเขียนคำว่า 梵磬金經
คำว่า 慈雲法雨 มีความหมายตามนัยหมายถึง พระอารามแห่งนี้ เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมดั่งเมฆบนนภาอันกว้างใหญ่ ด้วยอำนาจพระรัตนตรัย ดลบันดาลเป็นสายฝนอันชื่นฉ่ำโปรยปรายลงมายังสรรพสัตว์บนผืนโลก
คำว่า 梵磬金經 ตัวอักษร 梵 หมายถึงวัด 佛寺 ตัวอักษร 磬 เป็นเครื่องตีสมัยโบราณทำด้วยหิน ลักษณะกลวง ส่วนมากเป็นรูปปลา บ้างก็ทำมาจากไม้ขนาดใหญ่ประมาณ ๑- ๒ เมตร ตั้งอยู่ในอาราม เมื่อตีจะมีเสียงดังกังวานมาก เป็นเครื่องตีที่สำคัญมาก นอกจากระฆังและกลองที่จะต้องมีประจำอยู่ที่วัด
คำว่า 金 經 ก็คือ 金 剛般羅密多心經หรือ ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรที่สำคัญยิ่ง ของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่าด้วยเรื่องขันธ์ห้า เป็นสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น พระสูตรนี้มีอักษรประมาณ ๕,๕๐๐ กว่าตัวอักษรฉะนั้นคำว่า 梵磬金經
มีความหมายตามนัยว่า พระอารามนี้มีเสียงตีของชิ่ง 磬 ( ภาษาแต้จิ๋ว อ่านว่า เข่ง )
อันเป็นเสียงที่กังวานมีมนต์ เวลาตีแล้วเสียงที่ได้ยิน เป็นตัวอักษร 空 คือ ว่างนั่นเอง ในท่ามกลางเสียงนั้น พระภิกษุสงฆ์จะสาธยายพุทธมนต์ สื่อให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์น่าเคารพ และควรอย่างยิ่งต่อการนอบน้อมในพระอารามแห่งนี้
เมื่อได้ก้าวผ่านประตูหน้าวัดจะพบตัวอักษรจีนขนาดใหญ่ ด้านขวา ๔ ตัว ด้านซ้ายอีก ๔ ตัว บนแผ่นหินแกรนิตขนาดใหญ่
ด้านขวามือเขียนคำว่า菩提聖境 แปลได้ว่าแดนแห่งโพธิราชา เนื่องด้วยวัดบรมราชากาญจนาภิเษกฯ นี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม
ด้านซ้ายมือเขียนคำว่า 般若襌林 แปลได้ว่า วนารามแห่งปัญญา หมายถึง สถานก่อเกิดปัญญา อันไม่เสื่อมถอยจากพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ลายมือนี้ เดิมเป็นตัวอักษรตัวไม่ใหญ่มากขนาดประมาณครึ่งนิ้ว ได้นำมาจากคัมภีร์ ตำรานำมาขยาย อักษรลายมือนี้ เป็นลายสือศิลป์ของท่านหวังซีจือแห่งยุคราชวงศ์จิ้น ( ปี ค.ศ ๓๐๓ ) ประมาณ ๑,๗๐๐ ปีมาแล้ว ท่านหวังซีจือเป็นนักลายสือศิลป์ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพอักษร 書聖เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่า เขียนอักษรจีนได้งดงามที่สุดของแผ่นดินจีน มาจวบจนถึงปัจจุบัน จักรพรรดิจีนที่ผ่านมาในอดีตจะเป็นองค์ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ถัง ( ถังไท้จงมหาราช) หรือกระทั่งราชวงศ์ชิงจักรพรรดิ เฉียนหลงต่างลุ่มหลงในลายมือท่านหวังซีจือเป็นอย่างมาก ทรงพยายามสืบเสาะหา ลายมือท่านหวังซีจือมาครอบครองเป็นส่วนพระองค์ โดยปกติอักษรจีนนั้น หากเขียนตัวเล็กๆ แล้วนำมาขยายใหญ่เป็นวิสัยที่ไม่ถูกนัก เนื่องจากจะเสียสมดุลความงดงามทันที แต่กระนั้นลายมือท่านหวังซีจือ แม้นำมาขยายใหญ่สักเพียงใด ก็ยังงดงามได้อย่างน่าอัศจรรย์ สมกับเป็นสุดยอดแห่งลายสือศิลป์ อันมีคุณค่ามหาศาล
|
|
|
| อา. |
จ. |
อ. |
พ. |
พฤ. |
ศ. |
ส. |
| |
|
|
1 |
2 |
3 |
4 |
| 5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
| 12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
18 |
| 19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
24 |
25 |
| 26 |
27 |
28 |
29 |
30 |
|
|
|
|
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ |
|
|
โรงเรียนมังกรกมลาวาสวิทยาลัย |
|
|
บุคคลทั่วไป: 4 สมาชิก: ไม่มีสมาชิกออนไลน์
สมาชิกที่ลงทะเบียน: 266 สมาชิกใหม่: tentaro
| ใช้งานวันนี้: | 96 | | ออนไลน์: | 4 | | ออนไลน์ สูงสุด: | 107 | | สูงสุด ต่อวัน: | 4119 | | เมื่อวาน: | 449 | | เดือนนี้: | 2479 | | ทั้งหมด: | 283351 |
24ช.ม.ที่ผ่านมา:
|
|