ท้าวจตุโลกบาล
๑ . ท้าวธตรฐมหาราช ปกครองทางทิศบูรพา เป็นเจ้าแห่งพวกคนธรรพ์ ( ถือพิณ )
๒. ท้าววิรุฬหกมหาราช ปกครองทางทิศทักษิณ เป็นเจ้าแห่งกุมภัณฑ์ ( ถือร่ม )
๓ . ท้าววิรูปักษ์มหาราช ปกครองทางทิศปัจฉิม เป็นเจ้าแห่งพวกนาค (ถือดาบและงู )
๔ . ท้าวกุเวรมหาราช ( เวสสุวัณ ) ปกครองทางทิศอุดร เป็นเจ้าแห่งพวกยักษ์ ( ถือเจดีย์ )
ท้าวจตุโลกบาลเหล่านี้ บ้างว่าสืบเนื่องมาจากกษัตริย์บู่อ๋อง แห่งราชวงศ์จิว ยกพวกไปตีกษัตริย์ติ๋ว ( ก่อน พ.ศ. ๕๙๑ ) ในระหว่างทาง ได้มีเทพเจ้า ๔ องค์ ขออาสาช่วยรบ กษัตริย์บู่อ๋องทรงกล่าวขอบใจ และขอให้ช่วยปกปักรักษาให้ ฮวง ( ลม ) เที้ยว ( ถูกต้อง ) โหว ( ฝน ) สุง ( ราบรื่น ) คือให้ดินฟ้าอากาศเป็นไปโดยราบรื่นตามฤดูกาล ให้ราษฎรเป็นอยู่โดยปกติสุขก็พอ ไม่ต้องช่วยรบ
ครั้นการยกทัพไปตีกษัตริย์ติ๋วเป็นผลสำเร็จ กษัตริย์บู่อ๋องจึงรับสั่งให้ตั้งศาลเจ้าบูชาเทพทั้ง ๔ องค์ นั้น และให้มีเครื่องหมายดังนี้ คือ องค์หนึ่งถือดาบ หมายถึง ลม เพราะเวลาฟันดาบจะเกิดเป็นเสียงลม องค์หนึ่งถือพิณ เพราะการดีดพิณตามภาษาจีนออกเสียงว่า เที้ยว องค์หนึ่งถือร่ม หมายถึง ฝน และองค์หนึ่งถืองู เพราะคำว่า งูทะเล ออกเสียงว่า สุง แต่ต่อมาเนื่องจากงูไม่เป็นที่นิยมของสาธุชนจึงเปลี่ยนอุ้มเจดีย์แทน
ท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ องค์นี้มักสร้างเป็นรูปขนาดใหญ่โต เรียงไว้ในวิหารต้นของวัดข้างละสององค์ ลัทธิธรรมเนียมปรากฏว่าพระพุทธเจ้าทรงมอบพระธรรมไว้แก่ท้าวมหาราชทั้ง ๔ รักษา ชาวจีนจึงได้สร้างท้าวจตุมหาราชขึ้น เรียกว่า ฮูฮวบ ( ธรรมบาล ) แปลว่า ผู้คุ้มครองพระศาสนา และนอกจากนี้ ยังพิทักษ์รักษาประเทศชาติ และพุทธบริษัทอีกด้วย ถ้าประเทศใดละเลยหรือหมิ่นแคลนพระธรรมก็จะเพิกถอนการพิทักษ์นั้นเสีย หากมั่นอยู่ในพระธรรมก็จะอำนวยสุขสวัสดิ์ บริวารท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ มีหน้าที่คอยตรวจตราดูแลทุกข์สุขของประชาโลก และจัดการปราบปรามสัตว์ที่ทำบาปและที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม
เทพโชคลาภ ( ไฉ่ซิ่งเอี้ย , ไฉเสิ้น) 財神爺
โดยทั่วไปที่นับถือบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภนั้น มีกันอยู่ ๒ ปาง คือ ปางบู๊ และ ปางบุ๋น ปางบู๋มักจะจำลองเป็นรูปขี่เสือ ใบหน้าสีแดง มีท่าทางที่ดุ เพื่อปัดเป่าไม่ให้ปีศาจร้ายต่างๆ มารังควานทรัพย์สินในครอบครัว ส่วนปางบุ๋นเป็นรูปลักษณะมีเมตตา ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มือถือก้อนทอง ประดุจดังว่า ท่านมอบเงินทองให้ครอบครัวของเขาอย่างมีความสุข การบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ส่วนใหญ่มักบูชาด้วยส้มซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่เป็นสิริมงคล
เทพประจำชะตาชีวิต (ไท่ส่วย,ไท่ซุ่ย)太歲爺
เป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องคุ้มครองดวงชะตาราศีของมนุษย์ให้ปราศจากภัยพิบัติอุปัทวันตราย ซึ่งในทุกๆปี
หลังเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนจะนำเทียบแดงเขียนชื่อวันเดือนปีและเวลาเกิดของตนพร้อมด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง มาขอพรจากเทพไท่ส่วย เรียกกันเป็นภาษาจีนว่า ป้ออุ่ง หรือฝากดวงชะตาไว้เพื่อให้ท่านคุ้มครองป้องกันภัยพิบัติในปีนั้นๆ การปฏิบัติเช่นนี้มีมาในหมู่ชนชาวจีนนับเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว
ฮั่วท้อเซียนซือ 華陀仙師
ฮั่วท้อเซียงซือ หรือเรียกอีกชื่อว่า ฮั่วท้อ เดิมชื่อว่าฮั้วย้ง ฉายาง่วนฮ่วย เกิดในราชวงศ์ฮั่น ตำบทเจียวกุ่ย ท่านมีความเฉลียวฉลาดตั้งแต่เล็ก ชอบค้นคว้าวิจัยด้วยตนเอง ชอบสันโดษเชี่ยวชาญด้านฝั่งเข็มและปรุงยา ท่านยังสามารถผ่าตัดล้างกระเพาะบำบัดโรค หรือผ่ากำจัดเนื้อร้าย ยังสามารถผลิตยา คิดค้นยาต่างๆ เป็นท่านแรก
ท่านยังเป็นผู้มีอัจฉริยะในการแพทย์ คนที่ให้ท่านรักษาล้วนหายขาดจากโรคเหมือนรักษาคนตายให้ฟื้นดังนั้น การรักษาของฮั่วท้อ ซึ่งยังคงฝั่งใจของประชาชนคนจีนจนถึงปัจจุบันนี้ หนังสือสามก๊กกล่าวว่า ในชีวิตของฮั่วท้อสามารถผ่าตัดกระดูกที่โดนพิษให้กับกวนอู
ผลงานศึกษาวิจัยของฮั่วท้อลึกซึ้งมาก สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด ดังนั้น ประชาชนจึงยกย่องว่าเป็นบรมครูแห่งการแพทย์และเภสัชกรจีน
จากประวัติข้างต้น ยามใดที่เจ็บป่วย ชาวจีนหรือชาวไทยสายเลือดจีนจะมาบนบานขอให้ฮั่วท้อเซียนซือ ซึ่งถือว่าเป็นประดุจเทพเจ้าแห่งการแพทย์ ช่วยปัดเป่าความเจ็บความป่วยให้หมดสิ้นไป ดังนั้น เมื่อร้อยกว่าปีก่อน วัดเล่งเน่ยยี่ได้นำขี้ธูปและสูตรยาสมุนไพรจากจีน
มาทำการรักษาโรคต่างๆ เพราะสมัยนั้นการแพทย์ในประเทศไทย ยังไม่มีความเจริญมากนัก ประชาชนจึงนิยมใช้วิธีแผนโบราณกันมาก เมื่อประชาชนรู้ ก็มาขอยานี้ไปรักษาและยาที่ได้ไปก็สามารถปัดเป่าโรคต่างๆ ให้หายได้ ทำให้ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้จนถึงปัจจุบัน การขอยาจะบูชาเซ่นไหว้ตรงหน้าเทวรูปจำลองของท่านโดยเขย่าติ้ว ถ้าตกหมายเลขใดก็ไปเจียดยาที่ห้องยาหรือใช้ซินแสหยิบยาให้ตามหมายเลขที่ได้รับ โดยจะได้รับคำแนะนำจากวิธีการใช้ตามสูตรของฮั่วท้อที่ได้รับการสืบทอดมา โดยไม่มีการเรียกเก็บค่ารักษาแม้แต่น้อย ในวันคล้ายวันเกิดประจำปีของท่านซึ่งตรงกับเดือน ๔ วันที่ ๑๘ ของจีน วัดจะมีงานสมโภชรำลึกถึงพระคุณท่านโดยจัด ๒ วัน ๒ คืน เป็นการสักการะถึงบุญคุณของท่านฮั่วท้อที่ได้ช่วยรักษาประชาชนทั่วไป
เจ้าที่ ( แปะกง , ป๋อกง)伯公
คือเจ้าที่ตามประเพณีของจีน ชาวจีนถือว่าที่ดินทุกผืนมีวิญญาณเจ้าที่สิงสถิตอยู่ การบูชาสม่ำเสมอจะนำความสงบสุขมาให้ผู้อยู่อาศัย ดังนั้นตามบ้านเรือนหรือวัด ศาลเจ้า ฯลฯ ก็ต้องมีศาลเจ้าที่ประจำอยู่ รูปเคารพจะทำเป็นรูปตายายแต่งกายแบบคหบดีจีน
ไท้อิม ไท้เอี๊ยง 宮月 宮日
ตามหลักโหราศาสตร์จีน ถือว่าเป็นดวงดาวเกื้อหนุนดวงชะตาชีวิตในหลักศาสนาถือว่าเป็นพระโพธิสัตว์ คือ พระสุริยโพธิสัตว์และพระจันทราโพธิสัตว์ทั้งสองพระองค์คือ พระอัครสาวกของพระไภษัชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า ศาสนิกชนมักบูชาเพื่อขอความคุ้มครองให้บังเกิดความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองเป็นแสงสว่างแห่งชีวิต นำมาซึ่งความสุขสงบ
|
|
|
| อา. |
จ. |
อ. |
พ. |
พฤ. |
ศ. |
ส. |
| |
|
|
1 |
2 |
3 |
4 |
| 5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
11 |
| 12 |
13 |
14 |
15 |
16 |
17 |
18 |
| 19 |
20 |
21 |
22 |
23 |
24 |
25 |
| 26 |
27 |
28 |
29 |
30 |
|
|
|
|
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ |
|
|
โรงเรียนมังกรกมลาวาสวิทยาลัย |
|
|
บุคคลทั่วไป: 3 สมาชิก: ไม่มีสมาชิกออนไลน์
สมาชิกที่ลงทะเบียน: 268 สมาชิกใหม่: JosephMoon
| ใช้งานวันนี้: | 158 | | ออนไลน์: | 3 | | ออนไลน์ สูงสุด: | 107 | | สูงสุด ต่อวัน: | 4119 | | เมื่อวาน: | 481 | | เดือนนี้: | 4530 | | ทั้งหมด: | 285402 |
24ช.ม.ที่ผ่านมา:
|
|